เทศน์เช้า วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๙
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะ ธรรมะเป็นธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนตรัย เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เกิดมาพบพระพุทธศาสนาก็เป็นศาสนาประเพณีวัฒนธรรม
หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านออกฝึกหัดปฏิบัติของท่าน ท่านไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากลางหัวใจของท่าน แล้วท่านก็เอาพุทธะอันนั้นศึกษาค้นคว้าในหัวใจของท่านจนถึงที่สุดแห่งทุกข์ ถึงที่สุดแห่งทุกข์ ถึงที่สุดแห่งทุกข์ในหัวใจของตน
อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ตนนั่นน่ะรู้
ถ้ารู้ไม่รู้ ตนสงสัย ตนสงสัย ตนไม่รู้เหตุแห่งการกระทำให้พ้นทุกข์ มันจะไปสอนใครได้ มันสอนเขามันก็ตะครุบเงาไง
แต่ถ้าเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา มันต้องทำความสงบของใจเข้ามาก่อน ใจสงบแล้ว พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานนั้น ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานนั้นศึกษาค้นคว้า ศึกษาค้นคว้าคือภาวนามยปัญญา ศึกษาค้นคว้าคือปัญญาที่เกิดจากจิตดวงนั้น ถ้าเป็นสมบัติก็เป็นสมบัติของใจดวงนั้น
ใจดวงนั้นเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ ใจดวงนั้นน่ะเป็นผู้ที่จะมาศึกษาค้นคว้า รู้แจ้งแทงตลอดในหัวใจของตน ถ้ารู้แจ้งแทงตลอดในหัวใจของตน นั่นน่ะวิปัสสนา
วิปัสสนาๆ จะเกิดขึ้นจากหัวใจที่เป็นพุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานก่อน ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ก็ผู้ตื่นจากโลกไง ตื่นจากโลก ตื่นจากสิ่งที่เป็นประเพณีวัฒนธรรมไง
ประเพณีวัฒนธรรมนี้เป็นของที่ดีงามนะ ทำให้สังคมร่มเย็นเป็นสุขนะ สังคมร่มเย็นเป็นสุขแล้ว สมณะชีพราหมณ์จะได้มีโอกาสได้ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ รื้อหัวใจของสัตว์โลก ไม่ใช่รื้อธาตุ ๔ และขันธ์ ๕ ที่ตัวเป็นๆ ที่โลภ โกรธ หลง ที่มีแต่ขี้ ขี้โลภ ขี้โกรธ ขี้หลงที่วุ่นวายนี่
จิตสงบแล้ว ความโลภ ความโกรธ ความหลงมันเบาบางลง เบาบางลงเพราะอะไร เพราะมันไม่มีอวิชชา ไม่มีพญามารเป็นตัวกระตุ้น ไม่มีพญามารเป็นตัวกระตุ้นแล้ว ถ้ามีครูบาอาจารย์ที่ดีงามไง ท่านบอก จะนอนตายอยู่นั่นใช่ไหม มันต้องยกขึ้นสู่วิปัสสนา มันต้องมีสติปัญญาในหัวใจของตน มันรู้จักผิดชอบชั่วดี ผิดก็รู้ว่าผิด ชอบก็รู้ว่าชอบ ชั่วก็รู้ว่าชั่ว ดีก็รู้ว่าดี แล้วข้ามพ้นมันไป ข้ามพ้นมันไปเพราะว่าก้าวพ้นทั้งดีและชั่ว
มัคโค ทางอันเอก ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา
ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานอันนั้น แล้วผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานอันนั้น เรามาฝึกหัดปฏิบัติกันไง
ไปวัดไปวา จำศีล ฟังธรรม จำศีล ฟังธรรมไง นั่นมันเป็นวัฒนธรรมประเพณีไง หลวงตาพระมหาบัวท่านบอกไง นั่นคือวิธีปฏิบัติ
นั่งกันให้เรียบเลยนะ มีดอกไม้ธูปเทียนบูชากลิ่นหอมกรุ่นเลยนะ มันพิธีกรรมน่ะ มันเป็นแค่พิธีๆๆ ถ้าเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา มันต้องจากหัวใจมันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา ถ้าหัวใจเป็นจริงเป็นจังขึ้นมานะ ไม่ต้องให้ใครบอก โอ้โฮ! หูตาตื่นเลย มันมหัศจรรย์ในหัวใจของตนไง
สิ่งที่มีค่าที่สุดคือหัวใจของสัตว์มนุษย์ สิ่งที่มีค่าที่สุด หัวใจองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารื้อสัตว์ขนสัตว์ รื้อหัวใจของคน เพราะเทวดา อินทร์ พรหมเขาก็มีจิตมีใจเหมือนกัน แต่เขาไม่มีธาตุ ๔ แต่หัวใจเขาก็เหมือนเรา หัวใจเขาเหมือนเราเพราะอะไร เพราะเขาก็ไม่รู้ไง อวิชชาก็ไม่รู้ไง ไม่รู้ก็อวิชชาไง อวิชชาก็มาเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง แล้วให้ผมทำอย่างไรล่ะ
ปัญญาในพระพุทธศาสนา คือปัญญาทวนกระแสกลับเข้าไป
โลกนี้เป็นปัญญาที่ส่งออก ส่งออกมาเป็นสาธารณะ เป็นเรื่องของโลก เป็นเรื่องของวัฏฏะ พระพุทธศาสนาทวนกระแสกลับเข้าไป ใจใครใจมัน
ถ้าใจของคนไม่มีสมาธิ ไม่มีพุทธะ มันทวนกระแสกลับไม่ได้ เพราะมันไม่รู้ที่จะทวนและต้นเหตุที่จะทำ แต่ถ้ามันทำความสงบของใจได้ งงนะ โอ้โฮ! มหัศจรรย์มาก
ใครทำสมาธิได้จะเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนา เชื่อมั่นในสิ่งที่เป็นนามธรรม แต่งง แล้วไม่มีวาสนา นี่นิพพาน นิพพานแค่นี้ เขาเรียกติดสมาธิ สมาธิทำไม่เป็นมันก็หาไม่ได้ พอสมาธิเป็น มันก็ติดสมาธินั้นซะ ถ้าไม่มีครูบาอาจารย์ หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านก็ติดมาก่อน
เจ้าชายสิทธัตถะไปศึกษา ๖ ปีนั่นน่ะ แล้วเวลามาศึกษาค้นคว้าไง บุพเพนิวาสานุสติญาณ จุตูปปาตญาณ โลกทั้งนั้นน่ะ เพราะอะไร เพราะเทวดา อินทร์ พรหมก็ทำได้ พวกฌานสมาบัติ ฤๅษีชีไพรก็ทำได้
ท่านดึงกลับหมดน่ะ แต่มาตรวจสอบโลก ตรวจสอบวัฏฏะ ตรวจสอบว่าตั้งแต่เกิดเป็นเจ้าชายสิทธัตถะมีอะไรมา ตั้งแต่พระเวสสันดรไปไม่มีต้นไม่มีปลาย แล้วถ้าไม่เป็นพระพุทธเจ้ามันจะไปอีกข้างหน้า เพราะพระโพธิสัตว์สร้างบุญกุศลไว้มากมายขนาดไหน มันไปอีก เพราะบุญมันส่งเสริมไปไง ไม่เอา
มัคโค ทางอันเอก อาสวักขยญาณทำลายอวิชชา นี่พระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาอยู่ที่นี่ ถ้าอยู่ที่นี่แล้ว เราไปตื่นเต้นอะไรกับใคร เราจะหาพระในหัวใจของตนไง
พระข้างนอกมันเชื่อใครได้ สมมุติสงฆ์ๆ สมมุติทั้งนั้นน่ะ ห่มผ้าก็เป็นพระ สึกไปคลายผ้าออกมันก็เป็นฆราวาส มันจะไปเชื่อถือใครได้
ถ้าเชื่อถือใครไม่ได้ ถ้ามีวาสนานะ มันจะเลือกเฟ้นฟังครูบาอาจารย์ที่ไม่ตื่นโลก โลกไม่เอา โลกที่ไหนก็มี ใครๆ ก็หาได้ เขามี เราก็มี สมาธิเรามีไหม ถ้าเรามีนะ เขาไม่มี เขาไม่มีหรอก ปากพูดแจ้วๆๆ ไม่มีหรอก ถ้ามีนะ มันเงียบเลย เพราะมันมีค่าที่สุดไง สิ่งที่มีค่าที่สุด แล้วถ้ารักษาไว้
ถ้าไม่รักษาไว้นะ ครูบาอาจารย์ที่ดีงามไง หลวงตาพระมหาบัวท่านสอน ถ้าทำความสงบของใจได้แล้ว อย่าพรวดพราดออก ถ้าพรวดพราดออกแล้วมันจะเข้าอีกยาก และไม่ได้
หลวงปู่เจี๊ยะไง ชำนาญในวสีๆ ไง พุทโธๆๆ แล้วพุทโธของเราอยู่นี่แหละ มันเป็นเหตุไง ชำนาญในวสีนะ สมาธิมันจะเสื่อมไปไหน เพราะสมาธิจะเสื่อมไปไหน มันเจริญแล้วเสื่อมๆ ล้มลุกคลุกคลานมาก่อน แล้วยกขึ้นสู่วิปัสสนา ยกขึ้นได้หรือไม่ได้ ยกขึ้นเป็นหรือไม่เป็น
แม้แต่สมาธิก็ทำกันไม่ได้อยู่แล้ว วิปัสสนามันไม่มีหรอก มันวิปัสสนึก มันนึกจินตนาการของมันไป ขนาดจินตนาการไปมันก็มีความสุขนะ จินตนาการไปน่ะ มันเวิ้งว้าง มันว่างเปล่า มันไม่มีสมบัติของใคร มันตื่นของมันนั่นน่ะ ขนาดนั่นสมมุตินะน่ะ จินตนาการนะน่ะ
จิตสงบแล้วมีครูบาอาจารย์ที่ดีงาม น้อมไปเห็นสติปัฏฐาน ๔ เห็นกาย เห็นเวทนา เห็นจิต เห็นธรรมตามความเป็นจริง ตามความเป็นจริงมันสะเทือนกิเลส มันเห็นกิเลส
กิเลสเป็นนามธรรมๆ ก็กิเลสเป็นนามธรรมไง มันถึงอยู่กับหัวใจที่เป็นนามธรรม เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะไง เป็นพรหมก็เป็นพรหมที่มีกิเลสไง เป็นเทวดาก็เป็นเทวดาที่มีกิเลสไง เป็นมนุษย์ก็เป็นมนุษย์ที่มีกิเลสไง
ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา เวลาสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสขาดไป เกิดอีก ๗ ชาติไง เกิดเป็นเทวดาก็เป็นเทวดาอริยภูมิ เกิดเป็นพรหมก็เป็นพรหมอริยภูมิไง แล้วถ้าถึงที่สุด ถ้ามันสิ้นสุดของมันไปไง เพราะกิเลสมันจบ
จบอย่างไรวะ กิเลสมันตัวเป็นอย่างไร แล้วรู้อะไร แล้วเห็นอะไร แล้วจบตรงไหน
จบที่จะไปเกิดใหม่ไง มันไม่มีที่สิ้นสุดหรอก ถ้าไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าเข้ามาในหัวใจของตน ถ้ามันรู้แจ้ง รู้แจ้งพระพุทธศาสนา
ครูบาอาจารย์ที่ดีงามไง อยู่ป่าอยู่เขา ร่มไม้ชายคา แค่นั้นพอ เพราะอะไร
สอุปาทิเสสนิพพาน คือจิตนิพพาน แต่ร่างกายยังอยู่ นี่เศษ ธาตุ ๔ และขันธ์ ๕ นี่เศษ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง ฉันอาหารของนางสุชาดาถึงซึ่งกิเลสนิพพาน ฉันอาหารมื้อสุดท้ายของนายจุนทะถึงซึ่งขันธนิพพาน
คือธาตุ ๔ และขันธ์ ๕ ที่เศษส่วนทิ้งมันไป จิตมันเป็นธรรมอยู่แล้ว ไม่ต้องไปฝึกไปสอนมันหรอก มันรู้ตั้งแต่วันที่มันเห็นธรรม มันรู้ธรรมนั่นแหละ มันเข้าใจหมดแล้ว แต่เข้าใจแล้วมันผลของวัฏฏะไง
ผลของวัฏฏะ เพราะตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะวางศาสนาไง ๔๕ ปีเผยแผ่พระพุทธศาสนาไง สอุปาทิเสสนิพพาน ร่างกายนี้กับขันธ์ ๕ นี้ทำเพื่อประโยชน์กับโลก วางศาสนานี้ไว้
มารนิมนต์แล้ว นิมนต์ถึง ๑๖ ครั้งไง ถึงที่สุดแล้ว “มารไม่ต้องนิมนต์หรอก อีก ๓ เดือนข้างหน้าเราจะปรินิพพาน” โลกธาตุนี้ไหวหมดเลย
เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนานี้มหัศจรรย์ มหัศจรรย์ขึ้นมา มันก็มีโลกกับธรรม เรื่องโลกๆ เรื่องโลกียะ เรื่องผลประโยชน์ เรื่องต่างๆ นี่เรื่องโลกๆ ทั้งนั้นน่ะ โลกๆ จะเกิดพระพุทธศาสนา บุญและบาป
นี่ไง ถ้าเรื่องธรรมๆ ไง มีสติไหม มีสติไปตื่นเต้นอะไรกับเขา เรื่องโลกๆ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์สรรพสินค้า เขามีสมบัติมากกว่านั้นอีก อยากมีเงินมีทอง ร้านทองมันเยอะกว่ามึงอีก อยากมีเพชร ร้านขายเพชรเต็มไปหมดเลย
รูปอันวิจิตร สมบัติอันประณีตไม่ใช่กิเลส ตัณหาความทะยานอยากของคนต่างหาก
คนที่ใจเป็นธรรมนะ เขาไม่วอแวเรื่องบ้าบอคอแตกอย่างนั้นเลย มันเป็นธาตุ ธาตุขันธ์ วัตถุอยู่ประจำโลก หัวใจของตนต่างหากมันคันหรือเปล่า มันจะออกไปรับรู้กับเขาหรือไม่
ถ้ามันไม่คันนะ พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน มันชำระล้างความเศร้าหมองในหัวใจของตน มันแวววาวนะ เวลาครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมๆ นะ เวลานั่งสมาธิไง เวลาจิตมันสงบไง ถ้าเห็นพระไง เป็นพระพุทธรูป พระเป็นทองคำ เป็นพระแก้ว เป็นอะไร
นี่จะไปถวายพระพุทธเจ้าที่นิพพานแก้วไง จะถวายพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าอยู่ที่หัวใจเอ็ง เอ็งได้เคารพพระพุทธเจ้าที่หัวใจเอ็งหรือไม่ เอ็งทุจริตกับพระพุทธเจ้าในหัวใจเอ็ง แล้วเอ็งบอกว่าเอ็งจะไปเฝ้าพระพุทธเจ้าในเมืองแก้ว จะไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่ในวัฏฏะ
พระพุทธเจ้านิพพานไปแล้ว พระพุทธเจ้าวางมัคโค ทางอันเอก ไว้ให้กับบริษัท ๔ ได้ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ มีสิทธิเสรีภาพทุกๆ คน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฝากศาสนาไว้กับบริษัท ๔ เราเป็นชาวพุทธหรือเปล่า ถ้าเราเป็นชาวพุทธเราก็มีสิทธิของเรา แต่มีปัญญาหรือเปล่า เราคิดอะไร เราหวังจะพึ่งคนอื่นใช่ไหม
หวังพึ่งคนอื่นมากน้อยขนาดไหนก็ อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ครูบาอาจารย์ที่เป็นธรรมๆ ท่านจะสอนให้เราหาตนเราให้พบ ตนคือสัมมาสมาธิ ถ้าเริ่มต้นจากสัมมาสมาธิ เรามาพูดถึงมรรคถึงผล บุคคล ๔ คู่ในพระพุทธศาสนา
ถ้าเอ็งยังไม่ได้สมาธิ แล้วถ้าได้ ได้โดยความเข้าใจของตนเป็นมิจฉา มิจฉามันก็ไปให้เขาล่อเขาหลอกเป็นอุปาทานหมู่ เป็นกลุ่มเป็นก้อน
พระพุทธศาสนาไม่มีกลุ่มไม่มีก้อน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฝากศาสนาไว้กับบริษัท ๔ เทวทัตๆ จะปกครองสงฆ์ไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า เทวทัต แม้แต่พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะมีอิทธิฤทธิ์มากขนาดนั้น เรายังไม่ให้ปกครองเลย เราให้สงฆ์ปกครองสงฆ์ไง
สงฆ์ในอนาคต ๕,๐๐๐ ปี บริษัท ๔ นะ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาเขาจะมาบวชมาเรียน แล้วมันจะฝึกหัดปฏิบัติของเขา ถ้าเขามีอำนาจวาสนาของเขา เขาจะสร้างทางสายเอกในหัวใจของเขา
องค์ศมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปบิณฑบาตกับพวกพราหมณ์ไง
“สมณะ สมณะก็ทำไร่ไถนากินเองสิ ต้องมาขออะไรเขา”
พระพุทธเจ้าบอกว่า “เราไถอยู่ทั้ง ๒๔ ชั่วโมง มีสติเป็นเชือก มีสมาธิเป็นผาน มีปัญญาเป็นผู้ควบคุมดูแล ไถๆๆ ไถกิเลสตัณหาความทะยานอยาก ไถความไม่รู้ในหัวใจของตน ไถๆ ตลอดเวลา”
โอ๋ย! พราหมณ์เขาศรัทธามากเลยล่ะ ไม่เคยได้ยิน จะตักบาตรไง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า “พราหมณ์ ตถาคตเลี้ยงชีพด้วยปลีแข้ง ไม่ใช่วณิพก ไม่ใช่วณิพกขอด้วยเสียง เอ่ยเสียงแล้วรับไม่ได้”
“โอ๋ย! ศรัทธามากเลย ทำอย่างไรล่ะ”
“เอาไปเทใส่คลอง”
พอเทใส่แม่น้ำไป โอ้โฮ! ควันลุกหมดเลย
เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเปล่งวาจาแล้วรับไม่ได้ ไม่รับของใครทั้งนั้น ไม่ใช่วณิพก ไม่ใช่เปิดหมวก
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธรรม เวลาแสดงธรรม เห็นไหม ถ้ามีผู้ที่ไม่เห็นด้วย ศีรษะจะแตกเป็นแปดเสี่ยง ท่านก็ไม่พูดซะ สิ่งใดที่จะเกิดโทษกับใคร ท่านไม่ทำ สิ่งที่จะทำ ทำถากถางกิเลสในใจของคน ทิฏฐิมานะที่เห็นผิดนั่นน่ะ ฟาดไปเลย ฟันลงไปเพื่อจะให้เขาเบิกบานขึ้นมา
เวลาเขาเบิกบานขึ้นมานะ โอ้โฮ! กราบแล้วกราบเล่า ซาบซึ้งบุญคุณ
แต่เวลากิเลสมันครอบงำนะ มันเถียงฉอดๆๆ เลย ของมันยอดของมันเยี่ยม ของพระพุทธเจ้าไร้สาระ
แต่เวลาเป็นความจริงขึ้นมาแล้วนะ พระแท้อยู่ที่ใจ มีสติสัมปชัญญะย้อนกลับมาที่เรานี้ พิสูจน์ได้ ใครสอนกระทำอย่างไร ลองปฏิบัติดู กาลามสูตร ห้ามเชื่อๆๆ ให้เชื่อผลของการฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาเป็นจริงในใจดวงนั้น ถ้าใจดวงนั้นมันแทงตลอดนะ ความสงสัยไม่มี
ความลังเลสงสัยสิ้นกิเลสไม่ได้ สิ้นกิเลสมันต้องรู้แจ้งแทงตลอดทั้งหมด
ถ้าไม่ทั้งหมด ผลของวัฏฏะไง ๗ ชาติ เกิดบนพรหม ไปเกิดที่ไหน มันเกิดแน่นอน แต่เอ็งไม่รู้ ว่าไม่เกิดๆ นั่นน่ะ เกิดแล้ว เกิดมายังไม่รู้ตัวว่าเกิดนะ สุดท้ายแล้วเวลามันทุกข์มันยากขึ้นมาค่อยมาเข้าใจ
แล้วถ้ามีอำนาจวาสนาขึ้นมา เราก็ฝึกหัดปฏิบัติของเรา เราไม่ต้องเชื่อใครทั้งนั้น โลกนี้โลกสมมุติ อย่าเชื่อใครทั้งหมด หาความจริงในหัวใจของตน
ครูบาอาจารย์ที่เทศนาว่าการ ฟัง ไม่เชื่อ พิสูจน์ แล้วถ้าเป็นจริง เออ! ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก
วันพระ สร้างพระของเราขึ้นมา พระที่เป็นจริงในหัวใจของตน ไม่ใช่พระของใคร เอวัง